กุหลาบ ไม้ดอกไม้ประดับที่สามารถให้ความสวยที่ไม่ว่าผ่านไปกี่ปี ก็ยังได้รับความนิยมเพราะในแต่ละปีจะมีสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่ผ่านการพัฒนาอยู่เสมอ จึงทำให้กุหลาบมีสายพันธุ์และดอกที่มีคุณภาพมากขึ้น นอกจากจะมีขนาดดอกที่ใหญ่และมีสีสันที่สวยงามแล้ว ยังมีกลิ่นหอมที่ชวนให้หลงใหลเพื่อให้มีการนำมาปลูกเป็นไม้ประดับประจำบ้านอีกด้วย
ดอกกุหลาบไม่เพียงให้ความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถนำมาต่อยอดสร้างมูลค่าได้หลายรูปแบบ และที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ขณะนี้ คือชากุหลาบนั้นเอง คุณนพเก้า จันโย เกษตรกรตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่ชื่นชอบในการปลูกกุหลาบ จึงได้นำกุหลาบที่มีดอกใหญ่สวยงามมาพัฒนาเป็นชากุหลาบที่มีกลิ่นหอม
คุณนพเก้า เล่าว่า เรื่องของการทำเกษตรนั้นทำมานานตั้งแต่สมัยคุณปู่คุณย่า ต่อมาเมื่อได้มีโอกาสมารับช่วงต่อ จึงได้กลับมาอยู่บ้านเกิดอย่างเต็มตัวและเรียนรู้การทำเกษตรที่ครอบครัวได้ทำเป็นอาชีพมา โดยเธอได้ปรับเปลี่ยนจากการทำเกษตรแบบเดิมๆ มาทำแบบที่เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น คือ มีการวางระบบ และการจัดการที่ดี ก็จะช่วยให้ได้ผลผลิตที่ดีตามมาด้วย
พอเรารู้ตัวว่าต้องมาอยู่บ้านอย่างเต็มตัวในช่วงปี 2555 ก็เห็นว่าพื้นที่บ้านมีการทำเกษตรอยู่แล้ว เราจะทำอย่างไรที่จะยั่งยืน เลยตัดสินใจที่จะปลูกพืชอื่นๆ ด้วย ซึ่งเราชอบกุหลาบเลยซื้อสะสมพันธุ์ไม้เยอะ จึงมองว่าต้องนำมาทำให้เกิดประโยชน์ แล้วชากุหลาบค่อนข้างได้รับความนิยม เห็นช่องทางการทำตลาดและหาสายพันธุ์ที่เหมาะสมมาปลูก เพื่อเก็บดอกนำมาอบแห้งเพื่อผลิตทำชากุหลาบ จนสร้างรายได้มาจนถึงปัจจุบัน
พอเรารู้ตัวว่าต้องมาอยู่บ้านอย่างเต็มตัวในช่วงปี 2555 ก็เห็นว่าพื้นที่บ้านมีการทำเกษตรอยู่แล้ว เราจะทำอย่างไรที่จะยั่งยืน เลยตัดสินใจที่จะปลูกพืชอื่นๆ ด้วย ซึ่งเราชอบกุหลาบเลยซื้อสะสมพันธุ์ไม้เยอะ จึงมองว่าต้องนำมาทำให้เกิดประโยชน์ แล้วชากุหลาบค่อนข้างได้รับความนิยม เห็นช่องทางการทำตลาดและหาสายพันธุ์ที่เหมาะสมมาปลูก เพื่อเก็บดอกนำมาอบแห้งเพื่อผลิตทำชากุหลาบ จนสร้างรายได้มาจนถึงปัจจุบัน
เมื่อเตรียมพื้นที่แปลงปลูกเสร็จแล้วจะนำต้นพันธุ์กุหลาบที่ผ่านการติดตาสมบูรณ์แล้ว อายุอยู่ที่ 4-5 เดือน มาปลูกในแปลงช่วงนี้รดน้ำวันละ 1 ครั้ง หลังปลูกลงแปลงผ่านไปได้ 45 วัน ต้นกุหลายจะเริ่มออกดอกมาให้เห็นในช่วงนี้จะเด็ดดอกทิ้งทั้งหมด จากนั้นดูแลต่อไปอีก 45 วัน กุหลาบจะออกดอกชุดใหม่มาให้เห็นหลังจากนี้สามารถเก็บดอกในทุกๆ วันมาทำอบแห้งตามกรรมวิธีเพื่อเป็นชากุหลาบอบแห้งต่อไป
การดูแลต้นกุหลาบหลังออกดอกให้ตัดได้แล้ว เราก็จะรดน้ำวันละ 1 ครั้งเหมือนเดิม พร้อมกับใส่ปุ๋ยคอกและพรวนดินเดือนละ 1 ครั้ง ส่วนในเรื่องของการดูแลโรคและแมลงศัตรูพืชนั้น เมื่อมีโรคหรือแมลงศัตรูพืช เราก็จะกำจัดด้วยการกำจัดต้นนั้นออกจากแปลงทันที เพื่อไม่ให้โรคและแมลงศัตรูพืชเข้าไปทำลายกุหลาบต้นอื่นๆ ภายในแปลง
ในขั้นตอนของการเก็บดอกกุหลาบนำมาอบแห้งเพื่อทำชา คุณนพเก้า บอกว่า จะเก็บดอกกุหลาบในช่วงเช้าและบ่ายของทุกวันโดยเลือกดอกที่มีความสมบูรณ์และบานกำลังเหมาะสมเท่านั้น จากนั้นนำดอกกุหลาบที่เก็บมาทั้งหมดมาทำตามขั้นตอนการอบในตู้อบลมร้อนอุณหภูมิอยู่ที่ 50-55 องศาเซลเชียล เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
โดยกุหลาบที่นำมาตัดดอกและผ่านการอบแห้งเพื่อนำไปทำชา สามารถเพิ่มมูลค่าในเรื่องของราคาได้ดีกว่าการปลูกเพื่อตัดดอกแบบนำไปร้อยพวงมาลัย หรือจำหน่ายเป็นดอกกุหลาบสดตัดดอกแบบสมัยก่อน ราคากุหลาบอบแห้งที่เป็นดอกสมบูรณ์หลังผ่านการอบ ราคาส่งจำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ 5,000 บาท และมีจำหน่ายแบบให้ลูกค้าที่สนใจแบบนำไปชงที่บ้าน จำหน่ายอยู่ที่ถุงละ 30 กรัม ราคาถุงละ 250 บาท
ตั้งแต่มาทำสวนกุหลาบเป็นดอกไม้ที่เราชอบ รู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก เพราะเราได้ทำในสิ่งที่เรารัก ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเราได้เป็นอย่างดี และยิ่งยุคปัจจุบันสื่อโซเชียลมีเดียค่อนข้างส่งผลต่อการทำตลาดได้ดี จึงทำให้เราทำตลาดได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ไกลออกไปหลายจังหวัดแต่สินค้าของเรา สามารถส่งตรงถึงมือลูกค้าในทุกๆ ครั้งที่สั่งซื้อชากุหลาบจากสวนของเรา
สนใจในเรื่องของการปลูกกุหลาบ
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
คุณนพเก้า จันโย (082) 763-6151